อาชีพการดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) เป็นที่ต้องการสูงในสังคมผู้สูงอายุ มีหน้าที่ดูแลกิจวัตรประจำวัน, สุขภาพ, ความปลอดภัย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบงาน เช่น ดูแลที่บ้าน (Home Care), ดูแลในสถานดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Home) หรือเป็นพนักงานของโรงพยาบาล โดยต้องมีทักษะด้านความอดทน, การสังเกต และความรู้พื้นฐานทางการพยาบาล โดยสามารถเข้าสู่อาชีพนี้ได้จากการอบรมหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข (สบส.) เพื่อขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
บทบาทและหน้าที่หลักของ Caregiver
- ดูแลกิจวัตรประจำวัน: อาบน้ำ, แต่งตัว, ป้อนอาหาร, จัดยา, ช่วยเหลือการขับถ่าย, พลิกตัว.
- ดูแลสุขภาพ: สังเกตอาการเปลี่ยนแปลง, วัดไข้/ความดัน, ทำแผลเบื้องต้น, จัดยาและให้อาหาร.
- ส่งเสริมคุณภาพชีวิต: ทำกายภาพบำบัดเบื้องต้น, เป็นเพื่อนพูดคุย, พาทำกิจกรรม, ดูแลสภาพแวดล้อม.
- บันทึกและรายงาน: จดบันทึกการดูแลและรายงานอาการเปลี่ยนแปลงให้ญาติหรือผู้เกี่ยวข้องทราบ.
รูปแบบการทำงาน
- สังกัดองค์กร/ศูนย์ดูแล: ทำงานในสถานดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Home) หรือโรงพยาบาล
- บริการดูแลที่บ้าน (Home Care): ดูแลผู้สูงอายุในที่พักอาศัยของพวกเขา.
- อาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น (อสบ.): ทำงานภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทย เน้นการดูแลชุมชน.
คุณสมบัติและทักษะที่จำเป็น
- ความอดทน: สูงมาก เพราะผู้สูงอายุเปราะบางและอารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อย.
- ความช่างสังเกต: เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนเล็กน้อยที่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่.
- ความรู้พื้นฐาน: เข้าใจร่างกายผู้สูงอายุ, อาการเจ็บป่วย, และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง,กายภาพบำบัดฯ
- ทักษะการสื่อสาร: สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้สูงอายุและญาติ.
การเข้าสู่อาชีพและการรับรองหลักสูตร
โอกาสทำงาน: สามารถทำงานกับองค์กรสถานพยาบาลทั้งภายในประเทศและต่างประเทศได้ , โรงพยาบาล, ศูนย์กายภาพบำบัด , ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ , หรือเปิดธุรกิจส่วนตัว (Nursing Home)ต่างๆ
อบรมหลักสูตร: ผ่านหลักสูตรที่ได้รับการรับรองโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เช่น หลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมงของ สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) และสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) หรือหลักสูตร 510 ชั่วโมง การดูแลผู้สูงอายุของสภาพยบาล
ขึ้นทะเบียน: เรียนจบแล้วสามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการอย่างถูกกฎหมาย.






